ความเกี่ยวข้องของลุมพินีกับพระพุทธเจ้า มองลุมพินีตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน

ประวัติศาสตร์ของลุมพินี History of Lumbini

เชิญชมประวัติศาสตร์ของลุมพินี เชิญคลิกที่หัวข้อจากสารบัญ

ความเป็นมาของสวนลุมพินี
ในอดีตสวนลุมพินีเป็นสวนอันสวยงามที่สร้างขึ้นระหว่างแคว้นโกลิยะและแคว้นศากยะ เพื่อใช้พักผ่อนตามความประสงค์ของพระนางลุมพินีเจ้าหญิงของแคว้นโกลิยะและเป็นสถานที่ทรงพระประสูติกาลของพระนางสิริมหามายา
สวนลุมพินีร่มรื่นไปด้วยต้นสาละ มีดอกไม้หลากสีบานสะพรั่งและผึ้งห้าสีบินว่อน มีเสียงนกร้องไพเราะไม่ขาดสาย จึงราวกับสวนสวรรค์

สวนลุมพินีในปัจจุบันอยู่ระหว่างการปรับปรุงให้เป็นสวนศักดิ์สิทธิ์ มีการปลูกป่า ทำเส้นทางน้ำเพื่อให้เป็นที่พักผ่อนของสัตว์และนกทั้งหลาย
การเดินทางมาลุมพินีของพระนางสิริมหามายา
เวลาผ่านไปจนถึงยุคที่พระเจ้าสุทโธทนะปกครองแคว้นศากยะ พระองค์ทรงรับพระนางสิริมหามายาจากแคว้นโกลิยะมาเป็นพระมเหสี วันหนึ่งพระนางสิริมหามายาทรงพระสุบินว่ามีช้างเผือก 6 งาเข้ามาสู่พระอุทรจึงทราบว่าทรงพระครรภ์ เมื่อพระนางทรงพระครรภ์ได้ 10 เดือนก็ทรงเสด็จไปที่ป่าศักดิ์สิทธิ์ในสวนลุมพินีเพื่อขอพรสำหรับการมีพระประสูติกาล

เมื่อพระนางสิริมหามายาเสด็จไปถึงสวนลุมพินี หลังลงสรงน้ำที่สระปุษกรณีสระน้ำศักดิ์สิทธิ์แล้วก็ทรงประชวรพระครรภ์ จึงได้เสด็จพระดำเนินจากสระน้ำไปทางเหนือ 24 ก้าว เหนี่ยวกิ่งไม้พยุงพระวรกายไว้ในขณะที่ทรงประสูติพระพุทธเจ้า
พระประสูติกาลของพระพุทธเจ้า
ในขณะที่พระพุทธเจ้าทรงมีพระประสูติกาล ได้มีแสงสว่างที่ไม่อาจละสายตาได้ออกมาจากเบื้องขวาของพระอุทรของพระมารดา เหล่าเทวดาพากันลงมาอวยพร สวรรค์ได้หลั่งน้ำอุ่นและน้ำสองสายลงมายังพระกุมารเพื่อชำระล้างพระวรกายให้สะอาด

พระพุทธเจ้าทรงมองไปรอบทิศแล้วเสด็จพระดำเนิน 7 ก้าวไปทางเหนือและได้ชี้มือขวาขึ้นสู่สวรรค์ประกาศว่า “ในโลกนี้เราเป็นยอด เป็นผู้เจริญที่สุด เป็นผู้ประเสริฐที่สุด เราเกิดมาเพื่อแสดงหนทางแก่โลก การเกิดของเราจักมีเป็นครั้งสุดท้าย ภพใหม่ต่อไปไม่มี” โดยแต่ละก้าวที่พระพุทธเจ้าทรงพระดำเนินไปมีดอกบัวบานออกรองรับพระบาท

หลังมีพระประสูติกาลได้ 7 วันพระนางสิริมหามายาก็ได้เสด็จทิวงคตอย่างสงบ
พระพุทธเจ้ากับลุมพินี
ในสมัยที่พระพุทธเจ้าทรงเป็นเจ้าชาย และหลังจากทรงตรัสรู้ ไม่มีบันทึกถึงกิจกรรมที่ทรงกระทำที่ลุมพินี แต่ก็สามารถจินตนาการได้ไม่ยากว่าต้องทรงเสด็จมาที่สวนลุมพินี เพราะเป็นที่ประสูติของพระองค์เองและเป็นสถานที่แห่งความทรงจำถึงพระนางสิริมหามายาพระราชมารดา

ในประวัติของพระพุทธเจ้ามีสวนลุมพินีปรากฏขึ้นอีกครั้งในคำที่ทรงกล่าวกับพระอานนท์พุทธสาวกตอนที่จะเข้าสู่พระปรินิพพานเกี่ยวกับการมาแสวงบุญที่ลุมพินีของพุทธศาสนิกชนว่า “ตถาคต (พระพุทธเจ้า) เกิดที่แผ่นดินนี้ แผ่นดินนี้ควรเป็นที่แสวงบุญของสาวกผู้ศรัทธา การมาเยือนแผ่นดินนี้จะทำให้สาวกรู้แจ้งถึงความเป็นอนิจจังและได้ชื่นชมยินดี อานนท์เอย หากผู้ที่ได้มาแสวงบุญยังแผ่นดินนี้สิ้นลมหายใจ หลังความตายเมื่อร่างกายผุพังไปพวกเขาก็จะได้มีชีวิตใหม่ บนหนทางซึ่งทอดไปสู่โลกแห่งบรมสุข” ด้วยเหตุนี้หลังพระพุทธเจ้าทรงพระปรินิพพานจึงมีพุทธศาสนิกชนจำนวนมากมาเยือนลุมพินีในฐานะแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ในพุทธศาสนา
ลุมพินีหลังพุทธปรินิพพาน
3 ศตวรรษก่อนคริสตกาล พระเจ้าอโศกแห่งราชวงศ์โมริยะของอินเดียโบราณทรงเป็นผู้ทำนุบำรุงศาสนาพุทธ พระเจ้าอโศกเองก็ได้ทรงเสด็จไปแสวงบุญยังแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ต่างๆในพุทธศาสนารวมทั้งลุมพินี และได้สร้างเสาอโศกไว้เป็นที่ระลึก ซึ่งยังคงหลงเหลืออยู่ในสวนลุมพินีจนปัจจุบัน พระเจ้าอโศกเป็นที่รู้จักดีในอินเดียด้วย รูปธรรมจักรที่กลางธงชาติอินเดียก็เป็นลายธรรมจักรที่นำมาจากลายยอดเสาอโศก

หลังการเสด็จมาแสวงบุญของพระเจ้าอโศก ลุมพินีก็ยังคงรุ่งเรืองในฐานะศูนย์กลางแห่งพุทธศาสนา มีการค้นพบซากสถูปจาก 2 ศตวรรษก่อนคริสตกาล และกำแพงวัดในสมัย 3-4 ศตวรรษก่อนคริสตกาล
การมาแสวงบุญที่ลุมพินีของพระชาวจีน
ต้นศตวรรษที่ 5 ระหว่างการเดินทางศึกษาพระธรรมไปยังอินเดีย ศรีลังกาและอินโดนีเซียของพระฝ่าเสียน ได้มีบันทึกไว้ถึงการเดินทางมาแสวงบุญที่ลุมพินี กบิลพัสดุ์และรามคามด้วย ในศตวรรษที่ 7 พระถังซัมจั๋งผู้โด่งดังก็ได้เดินทางมาแสวงบุญที่ลุมพินี กบิลพัสดุ์และรามคาม ตำนานการปราบปีศาจในเรื่องไซอิ๋วก็ไม่อาจคิดได้ว่าเป็นเพียงนิทานเมื่อคำนึงถึงความยากเย็นในการเดินเท้าจากจีนมายังอินเดียในสมัยนั้น
ลุมพินีในยุคหลัง
หลังจากศตวรรษที่ 8 จำนวนผู้มาแสวงบุญที่ลุมพินีก็ลดลงพร้อมกับความเสื่อมถอยของพุทธศาสนาในอินเดียและเนปาล ลุมพินีต้องรอจนถึงศตวรรษที่ 19 จึงได้รับแสงสว่างอีกครั้ง ในปีพุทธศักราช 2438 ฟอห์เรอร์นักโบราณคดีชาวเยอรมันและนายพลคาดูกาชาวเนปาลได้ร่วมกันสำรวจจนค้นพบเสาอโศกในลุมพินี
ลุมพินีในปัจจุบัน
ในปีพุทธศักราช 2518 อู ถั่นเลขาธิการสหประชาชาติเสนอให้มีการฟื้นฟูลุมพินี จึงได้เริ่มมีการปรับปรุงลุมพินีสวนศักดิ์สิทธิ์ตามแผนการหลักที่วางโดยทังเกะ เคนโซสถาปนิกชาวญี่ปุ่นโดยได้รับความร่วมมือจากสหประชาชาติ ปัจจุบันลุมพินีสวนศักดิ์สิทธิ์มีวัดและสถานปฏิบัติธรรม 22 แห่งของ 15 ประเทศตั้งเรียงรายโดยที่มีประสูติของพระพุทธเจ้าเป็นศูนย์กลาง ในแต่ละปีมีนักแสวงบุญมากกว่า 5 แสนคนเดินทางมาแสวงหาสันติสุขและความสงบของจิตใจที่นี่